ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของนางสาวสุธิมา ผกามาศ

  

 กาฬพฤกษ์
กาฬพฤกษ์ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia grandis) เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง กึ่งผลัดใบ สูง 10-20 เมตร เรือนยอดทรงกลมหรือคล้ายรูปร่มแผ่กว้าง โคนมีพูพอน เปลือกมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำแตกเป็นร่องลึก กิ่งอ่อนหรือช่อดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล ใบประกอบรูปขนนกเรียงสลับ ใบย่อย 10-20 คู่ ใบอ่อนสีแดง แผ่นใบย่อยรูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายใบมนโคนใบเบี้ยวใต้ใบมีขนนุ่ม ดอกออกเป็นช่อพร้อมใบอ่อนตามกิ่ง ช่อดอกยาว 10-20 เซนติเมตร เริ่มบานสีแดงแล้วเปลี่ยนเป็นชมพูตามลำดับ ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาว 20-40 เซนติเมตร สีค่อนข้างดำ ผิวมีรอยแตกและมีสันทั้งสองข้างเมล็ดรูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนานมี 20-40 เมล็ด สีเหลือง มีรสขม และมีกลิ่นเหม็น มีถิ่นกำเนิดอเมริกาเขตร้อน นิยมปลูกอยู่ทั่วไป ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ขยายพันธุ์โดยเมล็ด


ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับ เนื้อไม้และเปลือกมีสารฝาด ใช้ฟอกหนัง
การเพาะเมล็ด
ตัดและทำแผลที่ปลายเมล็ด หรือแช่น้ำกรดเข้มข้น 45 นาที เมล็ดจะงอกใช้เวลาประมาณ 10 วัน ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน กล้าจะมีขนาดความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร สามารถย้ายปลูกได้
ไม้ต้น  ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง กึ่งผลัดใบ สูง 10 - 20 เมตร เรือนยอดทรงกลมหรือคล้ายรูปร่มแผ่กว้าง โคนมีพูพอน
เปลือก  สีน้ำตาลเข้มเกือบดำแตกเป็นร่องลึก กิ่งอ่อนหรือช่อดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล
ใบประกอบรูปขนนกเรียงสลับ ใบย่อย 10 - 20 คู่ ใบอ่อนสีแดง แผ่นใบย่อยรูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง 1 - 2 ซม. ยาว 3 - 5 ซม. ปลายใบมนโคนใบเบี้ยวใต้ใบมีขนนุ่ม  
ดอก  ออกเป็นช่อพร้อมใบอ่อนตามกิ่ง ช่อดอกยาว 10 - 20 ซม. 
เริ่มบานสีแดง แล้วเปลี่ยนเป็นชมพูตามลำดับ
ผล  เป็นฝักรูปทรงกระบอก กว้างประมาณ 3 - 4 ซม. ยาว 20 - 40 ซม.
สีค่อนข้างดำ ผิวมีรอยแตกและมีสันทั้งสองข้างเมล็ดรูปรี รูปไข่
หรือรูปขอบขนาน  มี 20 - 40 เมล็ด สีเหลือง มีรสขม และมีกลิ่นเหม็น
นิเวศวิทยา ถิ่นกำเนิดอเมริกาเขตร้อน นิยมปลูกอยู่ทั่วไป
ออกดอก กุมภาพันธ์ - มีนาคม

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อผู้จัดทำ : นางสาวสุธิมา ผกามาศ

นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5/5

โรงเรียนศรียานุสรณ์