ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของ นางสาวปิยาภรณ์ ผลศิริ

 

17.ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

อาหารไทย เมนูอาหารอร่อยๆสำหรับวันนี้ คือ อาหารพื้นบ้าน เมนูแกงอีสาน คือ ต้มแซ่บ เรียกอีกอย่าง คือ ต้มยำอีสาน เนื้อนุ่มๆ ร่อนออกจากกระดูก น้ำซุปเปรี้ยวเผ็ด หอมๆ เป็นสเนห์ของเมนูนี้ เทคนิคการทำ คือ เลือกซึ่โครงส่วนที่มีกระดูกอ่อน อ้วนๆ มีมันแทรก เทคนิคการต้มให้หอมสมุนไพร และ การปรุงรสที่ได้รสชาติพอดี สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหาร เมนูหมู
ส่วนผสมสำหรับทำต้มแซบกระดูกอ่อน

  • ซี่โครงหมูส่วนกระดูกอ่อน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 10 – 20 ชิ้น
  • ข่าแก่ หั่นบางๆ 4 ชิ้น
  • มะเขือเทศหั่น 3-4 ชิ้น
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ต้นตะไคร้ หั่นเป็นท่อน 3-4 ท่อน
  • ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • หอมใหญ่ซอบหนาๆ 2 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกสดบุบ 4-5 เม็ด
  • พริกป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำต้มแซบกระดูกอ่อน

  1. ต้มน้ำซุปกระดูกหมู โดยใส่ซี่โครงกระดูกอ่อนลงไปต้มด้วย ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มเคี้ยว 4-5 ชั่วโมง จะได้น้ำซุปหมูหวานๆ และ ซี่โครงหมูที่เนื้อนุ่มเปื่อยน่ากิน
  2. จากนั้น ตั้งหม้อต้ม เอาน้ำซุปใส่ลงไป ใช้ฟอ่อนๆ ใส่ มะเขือเทศ หอมใหญ่ ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไป ต้มให้กลิ่นหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
  3. ปรุงรสด้วย พริกสด พริกป่น น้ำปลา น้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รสชาติที่พอใจ
  4. ใส่กระดูกอ่อนลงไป และ ใส่ผักชีฝรั่งลงไปด้วย ปิดไฟ เสริฟใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน
วิีธีทำต้มแซ่บ มีเทคนิคความอร่อยอยู่ที่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร และการปรุงรส เทคนิคการทำที่เพิ่มความอร่อยของอาหาร รายละเอียดมีดังนี้

  1. การเลือกซื้อซี่โครงหมู ต้องเลือกซี่โครงหมูที่สดๆ ถูกหลักอนามัย การเลือกหมูที่สด ให้สังเกตุที่สีของเนื้อหมูยังมีความสดอยู่ เนื้อยังแน่นเด้ง
  2. ซี่โครงกระดุกอ่อน เลือกส่วนที่อ้วนๆ มีมันแทรก เวลากินมีเนื้อเยอะ อร่อย
  3. ให้ล้างหมูให้สะอาด การทำความสะอาดเนื้อหมูมีเทคนิคการทำความสะอาดด้วยเกลือ การใช้เกลือจะทำให้กลิ่นของเนื้อหมูหายไป ได้รสชาติของเนื้อหมูที่อร่อย
  4. น้ำซุปที่ใช้ในการทำต้มแซ่บ ให้ใช้น้ำซุปกระดูกหมู ความหอมหวานของน้ำซุป เพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร
  5. เทคนิคการต้ม ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆต้มให้ความหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
  6. ใบมะกรูด ให้เอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบจะทำให้มีรสขม ไม่น่ารับประทาน
  7. ความเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก ที่มีความหวานและเปรี้ยว ไม่เปรี้ยวจี้ดเหมือนน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก เหมาะสำหรับทำแกงอีสานมากที่สุด

 

 

 

*******************************************************************************


 

ชื่อผู้จัดทำ : น.ส.ปิยาภรณ์ ผลศิริ

นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่5/5

โรงเรียนศรียานุสรณ์