
แมสตีฟ mastiff
สุนัขแมสตีฟเป็นพันธุ์ที่มีความเก่าแก่มานาน ตั้งแต่สมัย Caesarจนถึงสงกลางของสงครามโลกครั้งที่สอง สุนัขพันธุ์นี้ได้มีการพัฒนาและแบ่งออกเป็นอีกหลายชนิด สุนัขแมสตีฟในปัจจุบันจะมีขนาดใหญ่และมีลักษณะของความเป็นผู้นำทำให้ดูน่าเกรงขาม แต่ในความเป็นจริงแล้วสุนัขพันธุ์นี้ค่อนข้างสุภาะและซื่อสัตย์
ลักษณะทางกายภาพ
สุนัขแมสตีฟเป็นสุนัขที่มีความสง่าและมีขนาดใหญ่ สุนัขมีกระดูกที่ยาว ใหญ่และมีน้ำหนักหนัก ขนของสุนัขจะมีทั้งหมด 2 ชั้น ขนชั้นในที่มีความหนาและเหยียดตรง ส่วนขนชั้นนอกสามารถมีได้หลายสี ได้แก่ สีลายๆ สีแอพพริคอม หรือสีเทาแกมเหลือง
บุคลิกภาพและอารมณ์
แม้ว่าสุนัขพันธุ์นี้จะไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมา แต่แท้จริงแล้วสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่นิสัยดี ง่ายๆ สุภาพ และซื่อสัตย์มาก ทำให้เหมาะแก่การเป็นสุนัขสำหรับเลี้ยงในบ้าน
การดูแล
สุนัขแมสตีฟสามารถเลี้ยงไว้นอกบ้านได้แต่ต้องไม่อยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนหรือมีความชื้นมากเกินไป ดังนั้นสุนัขควรที่จะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ภายในบ้านได้ สุนัขพันธุ์ต้องการดูแลขนและการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน โดยมากแล้วมักจะเป็นการเดินหรือทำกิจกรรมเล่นเกมส์
สุขภาพ
สุนัขแมสตีฟมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 9-11 ปี ปัญหาสุขภาพหลักๆที่สามารถพบได้ ได้แก่ ปัญหาสะโพกเสื่อมและการบิดของกระเพาะอาหาร ส่วนปัญหาอื่นๆที่พบได้ ได้แก่ มะเร็งกระดูก ข้อศอกเสื่อม เอ็นไขว้หน้าขาด โรคหัวใจ ภูมิแพ้ และโรคอ้วน เพื่อให้ทราบถึงความผิดปกติต่างๆสัตวแพทย์จะทำการตรวจข้อสะโก ต่อมไทรอยด์ ข้อศอก ตา และตรวจทางพันธุกรรม
ประวัติและที่มา
ประวัติของสุนัขแมสตีฟนั้นค่อนข้างมีความคลุมเครือเนื่องจากมีการสับสนระหว่างสุนัขพันธุ์นี้กับกลุ่มสุนัขแมสตีฟในอดีต แต่สุนัขพันธุ์แมสตีฟในปัจจุบันจะมีความเกี่ยวข้องกับสมัยของซีซาร์ โดยสุนัขพันธุ์แมสตีฟจะทำหน้าที่สู้รบและเป็นสุนัขในสงคราม ในสมัยตอนกลางสุนัขพันธุ์นี้ได้นำมาใช้ในการล่าสัตว์และเฝ้ายาม และต่อมาได้มีการนำมาใช้ในการกีฬาต่างๆ ซึ่งกีฬาชนิดนี้ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคนส่วนมากจะคิดว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายและถูกห้ามเล่นในปี 1835
สุนัขแมสตีฟในปัจจุบันมีการสืบเชื้อสานมาจากสุนัขพันธุ์พิทบูล หรืออาจจะมาจากสายชนชั้นสูง เช่น สุนัขแมสตีฟที่โด่งดังของ Sir Peers Legh อัศวินแห่ง Lyme Hall ในสมัยของ King Henry V ในช่วงสงคราม Agincourt ในปี 1415 สุนันแมสตีฟของ Sir Peers' ได้รบเคียงข้างและปกป้องกลางสนามรบภายหลังจากการที่ Sir Peers' ได้รับบาดเจ็บ ภายหลังจากการเสียชีวิตของ Sir Peers สุนัขแมสตีฟของเขาได้ถูกส่งตัวกลับบ้านและกลายเป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ Lyme Hall Mastiffs
มีหลักฐานบางอย่างกล่าวถึงการนำสุนัขแมสตีฟเข้าสู่เอเมริกา แต่อย่างไรก็ตามหลักฐานชิ้นแรกๆนั้นไม่ได้กล่าวถึงสุนัขพันธุ์นี้จนกว่าจะถึงปี 1800 เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์อื่นๆที่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองทำให้สุนัขพันธุ์นี้เกือบสูญพันธุ์ แต่ในความโชคดียังมีสุนัขพันธุ์แมสตีฟในสหรัฐอเมริกาเพียงพอที่จะสามารถสืบพันธุ์ต่อได้ จนทำให้ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์แมสตีฟได้กลายมาเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐ
|