ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซค์ของ นาย ศรีรัตน์ ผ่องสวัสดิ์

 

 

บูล เทอร์เรีย Bull Terrier

สุนัขพันธุ์มิเนียเจอร์ บูล เทอร์เรีย เป็นสุนัขที่แข็งแรง แข็งแกร่ง และตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งจะมีความใกล้เคียงกับลูกพี่ลูกน้องของสุนัขพันธุ์นี้นั้นก็คือ สุนัขพันธุ์ Standard Bull Terrier (แสตนดาร์ด บูล เทอร์เรีย) โดยสุนัขพันธุ์นี้จะมีน้ำใจและมีระเบียบวินัยมาก

ลักษณะทางกายภาพ

สุนัขพันธุ์มิเนียเจอร์ บูล เทอร์เรียเป็นสุนัขที่มีขนาดกระดูกค่อนข้างใหญ่ มีรูปร่างที่สมส่วน และมีการเคลื่อนไหวที่คล่องแค่วว่องไว โดยสุนัขพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่เหมือนกับพันธุ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับมัน ได้แก่ การมีกราม กล้ามเนื้อ และกระดูกที่แข็งแรง ขนของสุนัขพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่สั้น หยาบ และเรียบ นอกจากนี้สุนัขพันธุ์นี้ยังมีใบหน้าที่มีความตลกอีกด้วย

บุคลิกภาพและอารมณ์

บุคลิกภาพอารมณ์นั้นจะเหมือนกับสุนัขพันธุ์บูล เทอร์เรียอื่นๆ โดยสุนัขพันธุ์นี้จะขี้เล่น ตลก มีชีวิตชีวา และมีความซุกซน นอกจากนี้ยังมีความขี้สงสัย รักอิสระ และขี้อ้อน

การดูแล

สุนัขพันธุ์มินิเจอร์ บูลเทอร์เรียนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่ออาศัยอยู่ภายนอก แต่จะมีความชื่นชอบที่จะออกไปเล่นตามสวน ผู้คนส่วนมากที่อาศัยในเมืองจะมีความชื่นชอบสุนัขพันธุ์นี้มาก เนื่องจากขนาดที่ของพวกมันจะมีความพอดีกับขนาดของห้องพัก
การออกกำลังกายของสุนัขพันธุ์นี้จะประกอบไปด้วย การเดินเล่นและการออกไปท่องเที่ยว โดยสุนัขพันธุ์นี้ควรได้รับการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันแต่ต้องไม่มากจนเกินไป สำหรับการดูแลขนก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นประจำเช่นกัน

สุขภาพ

สุนัขพันธุ์มินิเจอร์ บูลเทอร์เรียมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 11 - 14 ปี โดยมักจะมีความไวต่อการเป็นโรคไตมากที่สุด รองลงมาอาจพบว่าเป็นต้อหิน หรือมีการเคลื่อนของเลนส์ และปัญหาส่วนใหญ่ที่มักพบ คือ หูหนวก ทำให้สัตวแพทย์จะต้องทำการตรวจการได้ยิน และดวงตาอย่างเป็นประจำเพื่อหาความผิดปกติ

ประวัติและที่มา

สุนัขพันธุ์นี้สืบทอดมาจาดสุนัขพันธุ์บูล เทอร์เรีย ในช่วงแรกของสุนัขพันธุ์บลูเทอร์เรียนั้นมีมากมายหลายขนาด ซึ่งบรรพบุรุษของบูล เทอร์เรียที่มีขนาดแตกต่างกัน ได้แก่ White English Terrier, Black และ Tan Terrier
สุนัขพันธุ์ไวท์ บูลเทอร์เรียที่มีขนาดเล็กที่สุดจะรู้จักในชื่อของ Coverwood Terriers นอกจากนี้ยังมีการบันทึกถึงการแสดงของสุนัขบูลเทอร์เรียขนาดเล็กด้วย โดยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 4 ปอนด์ เนื่องจากการที่สุนัขพันธุ์ขนาดเล็กนี้มีความหลากหลายที่น้อยทำให้สูญเสียความน่าสนใจได้ค่อนข้างไว ทำให้คนหันมาสนใจสุนัขขนาดใหญ่กว่าเพิ่มมากขึ้น
สมาคม English Kennel Club ได้มีการจดทะเบียนสุนัขพันธุ์นี้ในปี 1939 สุนัขพันธุ์นี้ไม่สามารถผสมข้ามกับสุนัขบูลเทอร์เรียขนาดมาตรฐานได้ ทำให้เกิดการแยกระหว่างสองพันธุ์นี้ แต่อย่างไรก็ตามจำนวนของมินิเจอร์มีไม่เยอะทำให้เกิดการผสมภายในขึ้น
สุนัขพันธุ์มินิเจอร์ บลู เทอร์เรียค่อยๆเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และมีการจดทะเบียนในสมาคม American Kennel Club ในปี 1991 แม้ว่าสุนัขพันธุ์นี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยม แต่คนส่วนใหญ่มีความมั่นใจว่าจำนวนของมินิเจอร์ บูลเทอร์เรียจะต้องเพิ่มมากขึ้นในเวลาต่อมา

 

ชื่อผู้จัดทํา : ศรีรัตน์ ผ่องสวัสดื์

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา 5/5

โรงเรียนศรียานุสรณ์