ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ ของ น.ส.กัญญารัตน์  กลิ่นจันทร์

      

ประวัติยาเสพติดในประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างไร
ฝิ่นเป็นยาเสพ
ติด ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมานาน ชาวเมโสโปเตเมียรู้จักใช้ฝิ่นและปลูกจำหน่ายมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสกาล
โดยเรียกสารที่เป็นน้ำเกิดจากฝิ่นว่าน้ำทิพย์ ซึ่งต่อมาชาวกรีกได้รู้จักฝิ่นและตั้งชื่อว่า opitum ซึ่งหมายถึง น้ำผลไม้ 
จนประมาณศตวรรษที่ 10 พ่อค้าชาวอาหรับได้นำฝิ่นมาขายในประเทศจีนซึ่งชาวจีนได้นำมาใช้รักษาโรค 
ในศตวรรษที่17 อังกฤษได้ตั้งตนเป็นผู้มีอำนาจในการค้าฝิ่นแต่เพียงผู้เดียว โดยผ่านทางบริษัท British East India
ใช้แลกกับชาไหม และเงิน กับประเทศจีน จนทำให้เกิดสงครามฝิ่นเมื่อประมาณ ค.ศ.1839 -1842 เนื่องจากประเทศจีนเป็นฝ่ายแพ้สงครามการค้าฝิ่นจึงขยายขอบเขตมากขึ้น
ส่วนประเทศไทยรู้จักฝิ่นตั้งแต่สมัยสุโขทัยตอนต้นประมาณปี พ.ศ.1825 เมื่อมีการค้าขายทางเรือระหว่างประเทศจีนและประเทศไทยซึ่งในตอนต้นนั้นฝิ่นเป็นเพียงยารักษาโรค
ชนิดหนึ่งเท่านั้นแต่ต่อมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น มีคนไทยติดฝิ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ราษฎร
ที่ติดฝิ่นไม่สามารถทำมาหากินได้ ไพร่พลทหารก็ขาดกำลังรบ ทำให้พระเจ้าอู่ทองได้ตราเป็นกฎหมายเรียกว่า
กฎหมายลักษณะโจร พ.ศ.1903 บัญญัติบทลงโทษผู้เสพฝิ่นหรือมีไว้ครอบครอง ขาย หรือ มีไว้เพื่อจำหน่าย
ประเทศไทยเราเริ่มตระหนักว่าปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญปัญหาหนึ่งของสังคม ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์
ธนรัชต์จึงได้ประกาศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2501 ให้เลิกการสูบและการจำหน่ายฝิ่นโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
2502 เป็นต้นไป การเลิกฝิ่นในสมัยนั้น ทำให้เราทราบว่าประเทศไทยเรามีผู้ติดฝิ่นประมาณ 70,000 
คนเศษซึ่งเป็นตัวเลขที่เก็บได้โดยตรง จากจำนวนผู้เข้าร่วมการบำบัดรักษาอาการติดฝิ่นและคาดว่ายังคง
จะมีผู้ติดฝิ่นที่ยังไม่ยอม
เข้ารับการบำบัดรักษาอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ชื่อผู้จัดทำ  น.ส.กัญญารัตน์  กลิ่นจันทร์

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/5

โรงเรียนศรียานุสรณ์