ยินดีตอนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของนางสาวฐาปนี ธรรมเจริญ

โบสถ์แม่พระเดรสเดิน ประเทศเยอรมนี

เป็นเมืองเก่าแก่อายุประมาณ 804 ปี (สถาปนาวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1206 หรือ พ.ศ. 1749) ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย 32 ปี (พ.ศ. 1781)  และก่อนการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ 90 ปี (วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839) ผู้ครองนครเดรสเด้น เจ้าชายฟรี้ดดริช เอากุสตัส ที่ 1 แห่งซ๊ากเซ่น   (Friedrich August I von Sachsen) หรืออีกพระนามหนึ่ง กษัตริย์ฟรี้ดดริช เอากุสตัส ที่ 2 แห่งโปแลนด์ (Friedrich August II King of Poland)    พระองค์มีชื่อเสียงระบือเรื่องมีพละกำลังมาก ว่ากันว่าสามารถหักเกือกม้าซึ่งเป็นเหล็กได้ด้วยมือเปล่า  เลยได้รับสมญานามว่า      เอากุสตัส จอมพลัง (August der Starke) พระองค์ครองเมืองเดรสเด้นระหว่างปี ค.ศ. 1694 ถึง 1733 ซึ่งก็ถือว่าเป็นยุคกลาง ๆ ไม่ใหม่ไม่เก่าของเมืองเดรสเด้น แต่ถือว่าเป็นยุคที่เดรสเด้นรุ่งเรืองที่สุด   เป็นยุคเดียวกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1638 ถึง 1715) แต่ก่อนยุคพระนางมาเรีย เทเรเซียของออสเตรีย (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1740 ถึง 1780) รวมทั้งก่อนยุคพระนางวิคตอเรียแห่งอังกฤษนับร้อยปี (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1837 ถึง 1901)    หากนับพระราชวงศ์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ตรงกับสามรัชกาล คือ สมเด็จพระเพทราชา (ค.ศ. 1688 ถึง 1703) สมเด็จพระเจ้าเสือ (ค.ศ. 1703 ถึง 1708) และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ (ค.ศ. 1708 ถึง 1732) หรือประมาณ 34  ปีก่อนไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองแคว้นซ๊ากเซ่น (Sachsen) ของเยอรมันมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า แซ็กซอนี (Saxony) ชาวท้องถิ่นมีพื้นเพเป็นพวกแซ็กซอน (Saxon) ซึ่งเป็นชนกลุ่มเดียวกับชาวอังกฤษ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมภาษาเยอรมันกับภาษาอังกฤษถึงได้มีความใกล้เคียงกันในหลายเรื่อง   บางครั้งหากฟังแต่เสียงโดยไม่ดูตัวสะกดก็จะพบว่ามีคำจำนวนมากในภาษาเยอรมันที่ใช้เหมือนกับภาษาอังกฤษต่อมาเชิญชมปราสาทของเจ้าผู้ครอง ปราสาทนี้ชื่อว่า ซวิงเก้อร์ (Zwinger)  สถาปัตยกรรมมีอาคารหลักอยู่หนึ่งหลัง ล้อมรอบด้วยซุ้มประตูจำนวนสามซุ้ม แต่ละซุ้มมีทางเดิมลอยฟ้าเชื่อมต่อถึงกัน   แล้วมีสวนลอยยกขึ้นเหนือพื้นดินปกติ นัยว่าเป็นสวนที่อยู่ในระดับอาคารชั้นสอง มีน้ำพุและต้นไม้ประดับประดาในสวนลอยนี้อย่างร่มรื่น   นอกจากนั้นยังมีการสร้างห้องโถงไว้ประจำสวนสองด้านอีกด้วย   ด้านหน้าของปราสาทมีคูน้ำเพื่อกันการรุกรานของศัตรู   รูปปั้นที่อยู่รายรอบทางเดินลอยฟ้าหากเป็นสีดำแสดงว่าเป็นของเดิมเพราะซึมซับเอาเขม่าควันจากการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองไว้   หากเป็นสีขาวแสดงว่าทำขึ้นใหม่ ลำดับต่อมาคือโบสถ์ประจำราชวงศ์ หรือ ฮอฟเคียเช่อ จุดเด่นคือมีรูปปั้นของนักบุญและอัศวินผู้ปกป้องศาสนาตั้งไว้รายรอบอาคาร   โบสถ์หลังนี้ได้รับการเสียหายไม่มากจากการทิ้งระเบิด สังเกตได้ว่ามีผนังเป็นสีดำอยู่มาก สาเหตุที่กองทัพพันธมิตรไม่ทิ้งระเบิดเมืองเดรสเด้นให้แหลกลาญไปเหมือนเมืองอื่น ๆ   ไม่ได้เพราะเกรงใจโบสถ์นี้ แต่กะว่าจะเอาไว้แสดงแสนยานุภาพการทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์   ถ้ามันพินาศไปหมดแล้วก็จะไม่เหลือให้เห็นว่าระเบิดนิวเคลียร์ทำงานได้ดีแค่ไหน  โชคดีที่เยอรมันแพ้สงครามก่อน ระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกของโลกเลยไม่ได้ลงที่เดรสเด้น  สถาปัตยกรรมเด่นอีกแห่งคือโรงโอเปร่าแห่งเดรสเด้น   โรงโอเปร่าแห่งนี้ทั้งหรูและขลัง มีสัญลักษณ์รูปตัว A  หมายถึง เจ้าชายเอากุสตัส (Augustus) หน้าอาคารประดับด้วยรูปปั้นของเทพบุตรและเทพธิดาขี่รถเทียมเสือสี่ตัว สังเกตว่าผมของเทพธิดาจะยาวสลวยสวยกว่ารูปปั้นใด ๆ ในเยอรมัน   ยอดของอาคารประดับด้วยเทพธิดาแห่งเสียงพิณ   รอบ ๆ อาคารประดับด้วยรูปปั้นนักร้องโอเปร่าที่มีชื่อเสียง  

 

 

 


ชื่อผู้จัดทำ : น.ส.ฐาปนี ธรรมเจริญ

นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๕/๕

โรงเรียนศรียานุสรณ์