
ดอกสร้อยสายเพชร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clerodendrum wallichii Merr.
ชื่อสามัญ Nodding Clerodendron
วงศ์ LABIATAE
ชื่ออื่น ระย้าแก้ว/สร้อยระย้า/สร้อยสายเพชร/สังวาลย์พระอินทร์/ตุ้มหูพระอินทร์ ลักษณะทั่วไป
เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบรูปไข่ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบดอกออกเป็นช่อตามยอด หรือที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาวประมาณ 25 ซม.ก้านดอกเล็กเรียวคล้ายเส้นด้าย กลีบรองดอกรูประฆัง สีแดง กลีบดอกมีสีขาวปลายแยก 5 กลีบ ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงหน้าหนาว ประมาณเดือน ธันวาคม-มกราคม ระยะการบานของดอกนานเป็นเดือน ช่อดอกจะบาน และยาวออกมาเรื่อยๆ จนยาวเป็นเมตรจนกว่าจะบานหมด
ลักษณะทั่วไป
สร้อยสายเพชร เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ความสูงเต็มที่ 2-4เมตร บ้านเกิดเมืองนอนมาจากแถบประเทศอินเดียและประเทศเนปาล ก่อนที่จะแพร่ขยายพันธ์ออกมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ของเรา ดังนั้น ไม่ได้แต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่มีเจ้าต้นนี้ เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็มีเช่นกัน เป็นไม้พุ่มที่ปลูกมาได้ระยะหนึ่ง กิ่งก้านของเขาจะโค้งลงหาโคนต้น รูปร่างจะไปคล้ายคลึงกับน้ำพุ แต่ที่ทำเอาคนที่ได้เห็นเป็นต้องประทับใจกับความสวยงามของ ช่อดอกงามๆ ที่ห้อยย้อยลงมาจากปลายกิ่งเหมือนแชนเดอร์เลียร์ดอกไม้
การดูแลรักษา
นิสัยของสร้อยสายเพชรเป็นต้นไม้ที่ชอบแดดเช้า หรือแดดรำไร ชอบน้ำแต่ไม่ถึงขั้นรดจนแฉะ น้ำขังโคนต้น ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี เนื่องจากดั่งเดิมเขาเป็นต้นไม้ที่ขึ้นตามป่าตามเขาบนที่สูง ถ้าดินที่บ้านของคุณ แน่น หรือออกไปทางดินเหนียวแข็ง ให้จัดการย่อยดินแล้วผสมทรายเล็กน้อย หรือเศษใบไม้ เพื่อลดความแน่นของดิน เพิ่มช่องอากาศในดินให้โปร่ง ระบายน้ำได้ดีขึ้น
ถึงแม้สร้อยสายเพชรจะเป็นต้นไม้ที่บอกใครๆ ได้ว่า เลี้ยงง่ายแล้ว เพราะเป็นต้นไม้ที่อยู่บนป่าบนเขาที่ทนทานกับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ก่อนจะลงมือปลูก ให้เลือกทำเลให้กับต้นไม้ต้นนี้เสียก่อน เพราะธรรมชาติของสร้อยสายเพชร
|