
ดอกพุดดงหนำเลี้ยบเทียม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kopsia jusminiflora Pitard วงศ์ : Apocynaceae
ชื่ออื่นๆ : เข็มบุษบา พุดดง มะดีควาย หนำเลี๊ยบเทียม
ลักษณะทั่วไป :ไม้พุ่มขนาดเล็ก เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ทุกส่วนมีน้ำยางขาว
ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก กว้าง 8-10 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียว แหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน
ดอก : สีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ 1 คู่ ออก ตรงข้าม รูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมีดอกย่อย 3 ดอก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน ตรงโคนสีแดงส้ม มีขน ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปขอบขนาน ปลายมน ดอกกลางบานก่อนดอกบานเต็มที่กว้าง 2.5-4.0 เซนติเมตร
ผล : ผลสด รูปกระสวยมักออกเป็นคู่ เมื่อสุกสีม่วงดำ
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 14 ม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรี ขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 4.5-30 ซม.
ปลายใบเแหลมยาวหรือยาวคล้ายหาง โคนใบรูปลิ่มหรือแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา เส้นแขนงใบ
9-18 คู่ นูนทั้ง 2 ด้าน เรียงจรดกันชัดเจน ก้านใบยาว 0.3-1 ซม. ดอกออกเป็นช่อกระจุกซ้อน (dichasial)
ออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ยาว 4-15 ซม. เกลี้ยงหรือขนละเอียด ก้านดอกยาวได้ประมาณ 0.5 ซม. ใบประดับ
ติดทน กลีบเลี้ยงรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ปลายมนหรือแหลม ยาว 0.2-0.6 ซม.
กลีบดอกสีขาว หลอดกลีบยาว 2-3.5 ซม. ด้านในมีขนประปรายโดยเฉพาะรอบ ๆ เกสรเพศผู้ ปลายแยกเป็น
5 กลีบ กลีบรูปรี รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 0.7-2 ซม. เกสรเพศผู้ติดเลยกึ่งกลางหลอดดอก ไม่ยื่นพ้นปาก
หลอดกลีบ ก้านเกสรเพศผู้ยาวประมาณ 0.1 ซม. อับเรณูรูปไข่ ยาว 1.2-1.7 มม. จานรองดอกมี 2 พู ยาวได้ประมาณ
0.2 ซม. รังไข่มี 2 คาร์เพล แยกกัน ยาวประมาณ 0.1 ซม. มีขนด้านบน ก้านเกสรเพศเมียเรียว ยาว 2-2.5 ซม.
รวมปลายยอดเกสรเพศเมีย ผลออกเป็นคู่ แต่มักเจริญเพียงผลเดียว รูปรีเบี้ยวๆ เกลี้ยง ยาว 1.5-4 ซม. สุกสีดำอมน้ำเงิน
พุดดง มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบตั้งแต่พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์
จนถึงเกาะสุลาวาสี และทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ในไทยพบกระจายห่าง ๆ ทางภาคเหนือ
ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขึ้นตามสันเขาในป่าดิบเขาที่เป็นหินปูน และป่าดิบชื้น ระดับความสูง
จนถึงประมาณ 1300 เมตร (ดอยตุง จังหวัดเชียงราย)
  
|