
รักเร่ เป็นพันธุ์ไม้ดอกที่มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก โคลัมเบีย และทั่วไปในทวีปอเมริกากลาง ดอกมีรูปทรงและสีสรรสวยงามสะดุดตา ก้านดอกแข็งแรง นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก เช่นเดียวกับกุหลาบ แต่ในประเทศไทยไม่นิยมปลูก เนื่องมาจากมีชื่อที่ไม่เป็นมงคล ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ รักเร่เป็นไม้พุ่ม รากมีลักษณะคล้ายหัว ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ดอกเป็นแบบเดียวกับเบญจมาศ ก้านดอกยาวแข็งแรง กลีบดอก แบ่งออกเป็น 2 ตอน กลีบดอกชั้นนอกนี้แผ่กว้างออก หรืออาจจะห่อเป็นหลอดก็ได้แล้วแต่ชนิดของดอก มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน กลีบรองดอก ด้านในเป็นแผ่นบาง ๆ เรียงกันเป็นระเบียบติดอยู่กับฐานของดอก ส่วนกลีบรองดอกด้านนอบเล็กกว่าด้านใน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่ ดอกมีหลายสี เช่น ชมพู น้ำเงิน ขาว แดง แสด ส้ม ม่วง และเหลือง เป็นต้น การดูแล และการขยายพันธ์ รักเร่ชอบขึ้นในที่กลางแจ้งแดดจัด แต่มีความชื้นพอเพียง ควรปลูกในดินที่ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี บางครั้งจำเป็นต้องหาวัสดุคลุมดินให้รักเร่ เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง หรือเปลือกถั่ว เป็นต้น สำหรับการขยายพันธุ์รักเร่นั้น สามารถเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ต่อกิ่ง หรือใช้ราก เมื่อต้นให้ดอกแล้วต้นจะแก่และโทรมไปในที่สุด โดยจะทิ้งรากที่เป็นหัวไว้ในดิน ให้ตัดต้นเหนือระดับดินประมาณ 3 นิ้ว เพราะส่วนของตาที่จะเจริญเป็นต้นใหม่จะอยู่บริเวณโคนต้น แล้วจึงขุดหัวขึ้นมาจากดิน ประโยชน์ หัวใต้ดิน นำมาต้มกับหมูรับประทานแก้โรคหัวใจ แก้ไข้ต้น น้ำคั้นจากต้นมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ฆ่าเชื้อ Staphylococcus แต่สำหรับใบรักเร่ บางพันธุ์มีพิษ ไม่นิยมรับประทาน
การปลูกรักเร่
รักเร่ขยายพันธุ์ได้ 4 วิธี ได้แก่
1. การปักชำ (นิยมมากเพื่อค้าขาย) แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
– การปักชำใบ ด้วยการเฉือนให้มีกาบลำต้นติดมาด้วย ก่อนปักชำลงในถาดหลุม เมื่อแทงหน่อใหม่จึงนำเพาะในถุงเพาะชำต่อ
– การปักชำกิ่ง ด้วยการเลือกตัดกิ่งอ่อนปักชำในถาดหลุม เมื่อรากงอก และเริ่มแตกใบ จึงนำเพาะดูแลต่อในถุงเพาะชำ หากเพาะชำในพื้นที่อากาศเย็น รากจะแทงออกภายในประมาณ 2-3 สัปดาห์
2. การแบ่งหัว
การแบ่งหัว คือ การตัดแบ่งหัวรักเร่แยกปลูก ทั้งนี้ ต้นรักเร่ที่โตเต็มที่จะมีหัวรักเร่ 2 ชนิด คือ
– หัวแม่พันธุ์เดิม เป็นหัวรักเร่ที่ใช้ปลูกในครั้งแรก เป็นหัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่บริเวณตรงกลางของเหง้า เปลือกหัวมีสีน้ำตาล และมักแตกเป็นร่อง
– หัวเกิดใหม่ เป็นหัวรักเร่ที่แตกออกหลังการเติบโตของต้น หัวแตกออกจำนวนมาก ล้อมรอบหัวแม่พันธุ์ แต่หัวจะมีขนาดเล็กกว่าหัวแม่พันธุ์ เปลือกหัวมีสีเหลืองอ่อนหรือสีครีม
3. การต่อกิ่งหรือเสียบยอด
เป็นวิธีที่ใช้ส่วนราก และกิ่งมาเสียบต่อกัน ด้วยการตัดรากในแนวเฉียงขึ้น และตัดเฉือนกิ่งในแนวเฉียงลง โดยกิ่งให้ตัดส่วนยอดออก จากนั้น นำราก และกิ่งมาทาบประกบกัน โดยให้แผลบริเวณเฉือนของทั้ง 2 ส่วน ประกบกันสนิท ก่อนปิดรัดด้วยเทป แล้วนำลงเพาะในถุงเพาะชำหรือในกระถาง เมื่อต้นติดแล้วค่อยนำลงปลูกในแปลงหรือนำกระถางมาวางประดับได้เลย
4. การเพาะเมล็ด
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย และรวดเร็ว ได้กล้าจำนวนมาก ด้วยการนำเมล็ดมาเพาะในถาดหลุมก่อนหรือเพาะในแปลงเพาะ ซึ่งต้นอ่อนจะงอกภายใน 3-4 สัปดาห์ จากนั้น นำต้นกล้าอ่อนลงเพาะต่อในถุงเพาะชำหรือในกระถาง ทั้งนี้ อาจนำเมล็ดลงเพาะในถุงเพาะชำหรือในกระถางได้โดยตรงก็ได้
การเตรียมวัสดุเพาะ และวัสดุใช้ปลูก
วัสดุที่ใช้เพาะกล้ารักเร่ ควรเป็นดินผสมกับอินทรียวัตถุ ด้วยการใช้ดินคลุกกับแกลบดำ และทราย ในอัตราส่วน 1:3:1 ส่วนวัสดุที่ใช้ปลูก โดยเฉพาะการปลูกในกระถาง หรือปลูกในถุงเพาะชำ ให้ใช้วัสดุที่เตรียมสำหรับการเพาะกล้าได้เลย หรืออาจปรับอัตราส่วนด้วยการเติมดินให้มากขึ้นหรือลดอัตราส่วนของแกลบดำให้เหลือ 2 ส่วน
การเตรียมแปลงปลูก
สำหรับการปลูกในแปลงจัดสวน ให้เตรียมแปลงด้วยการพรวนดิน และกำจัดวัชพืช พร้อมตากดินนาน 3-5 วันก่อน จากนั้น นำปุ๋ยคอกหว่านโรย ก่อนพรวนผสมให้เข้ากัน แล้วค่อยนำต้นกล้าลงปลูก
การใส่ปุ๋ย
การใส่ปุ๋ยรักเร่ควรเน้นที่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังการปลูกประมาณ 2-3 สัปดาห์ และอีกครั้งที่ต้นเริ่มออกดอก หรือประมาณ 8-9 สัปดาห์
การให้น้ำ
หลังการปลูกในระยะ 1-2 สัปดาห์แรก ให้น้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้น ให้วันเว้นวัน ในปริมาณที่หน้าดินชุ่ม และเพิ่มการให้น้ำเป็นวันละครั้งในช่วงเริ่มออกดอก
  
|