.jpg)
กาหลง
กาหลง เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสตูล ปลูกขึ้นง่ายในดินร่วนทั่วไป ที่มีความชื้นและอุดมสมบูรณ์ นิยมปลูกเป็นปลูกเป็นไม้ประดับ ทางสมุนไพรมีฤทธิ์เป็นยาแก้ไอ
กาหลงมีชื่อพื้นเมืองอื่นๆอีกคือ กาแจ๊ะกูโด (มลายู-นราธิวาส), ส้มเสี้ยว (ภาคกลาง), เสี้ยวน้อย (เชียงใหม่), เสี้ยวดอกขาว
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กาหลงเป็นไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือเกือบกลม ปลายเว้าลงมาสู่เส้นกลางใบลึกเกือบครึ่งแผ่นใบ ปลายแฉกทั้งสองข้างแหลม ปลายเส้นกลางใบมีติ่งเล็กแหลม ผลัดใบในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม และจะแตกใบใหม่ราวเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ดอกออกหลังจากใบใหม่แตกออกมาแล้ว ดอกสีขาว มีลักษณะเป็นช่อดอกสั้นๆ ออกตรงข้ามกับใบที่อยู่ตอนปลายกิ่ง มี 3-10 ดอก ฝักแบน คล้ายรูปขอบขนาน ปลายและโคนฝักสอบแหลม ปลายฝักมีติ่งแหลม ขอบฝักเป็นสันหนา มี 5-10 เมล็ด เมล็ดเล็กคล้ายรูปขอบขนาน
การกระจายพันธุ์
เราไม่สามารถบอกได้ว่ากาหลงมีถิ่นกำเนิดมาจากไหนเพราะมีการปลูกเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง มันอาจมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์[3] กาหลงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันอย่างแพร่หลายทั่วเขตร้อน อาจทำให้มีบางส่วนหลุดรอดจากพื้นที่ปลูกเลี้ยงในบางพื้นที่จนกลายเป็นต้นไม้ตามธรรมชาติในคาบสมุทรเคปยอร์ก (Cape York Peninsula) ออสเตรเลีย[4]
ฤดูกาลที่กาหลงเจริญเติบโต: จะออกดอกและผลในช่วงฤดูฝน
แหล่งปลูก: สามารถปลูกได้ทุกที่ทั่วไทย
เมนูที่ทำจากกาหลง: ดอกสามารถนำไปชุบแป้งทอดแล้วนำไปรับประทานได้, สามารถนำฝักและดอกมาผัดน้ำมันหรือลวกกินกับน้ำพริกก็ได้ จะนำไปใส่ทำเป็นแกงส้มก็ได้
สรรพคุณทางยาและประโยชน์ของกาหลง
กาหลงนั้นถือว่ามีสรรพคุณต่างๆมากมาย เช่น
ดอกสามารถช่วยแก้อาการปวดศรีษะได้
ช่วยลดความดันโลหิต (ดอก)
รับประทานช่วยขับเสมหะได้ (ดอก)
ช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน (ดอก)
ช่วยขับปัสสาวะได้ (ใบ)
ช่วยขับและฟอกโลหิตระดูได้ (ใบ)
เปลือกต้น ช่วยแก้ไอได้
ช่วยห้ามเลือดได้ (เปลือกต้น)
ช่วยแก้อาการท้องเสียได้ (เปลือกต้น)
ช่วยแก้อาการบิดได้ (ราก)
   |