![]() |
ปักกิ่ง Pekingeseลักษณะภายนอกสุนัขพันธุ์ปักกิ่งมีลำตัวค่อนข้างยาว ส่วนหน้าเป็นทรงลูกแพรหนัก และมีส่วนท้ายลำตัวเบา ลักษณะการวิ่งไม่รีบร้อนและสง่างาม ขนชั้นในหนาในขณะที่ขนชั้นหนอกหยาบ ยาว และตรง ยาวออกมาจากลำตัวของสุนัข มีขนแผงคอรอบบริเวณไหล่ ลักษณะที่เหมือนสิงโตและหน้าตาที่ดูดื้อรั้นทำให้ได้รับลักษณะของสุนัขพันธุ์ปักกิ่งที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนมา อุปนิสัยและอารมณ์แม้ว่าเจ้าปักกิ่งจะไม่แสดงออกถึงความรักเสมอไป มีความเป็นตัวของตัวเอง (และบางครั้งก็ดื้อรั้น) สุนัขพันธุ์ปักกิ่งมีความน่ารักอยู่ไม่น้อย สนุกกับการเล่นเกม แต่อาจไม่กระตือรือร้นมากพอที่จะเล่นกับเด็ก ๆ ที่ร่าเริงได้ สุนัขปักกิ่งบางตัวมีแนวโน้มที่จะอยู่ห่างจากคนแปลกหน้า ในขณะที่ตัวอื่นจะหัวแข็ง ไม่เหมาะจะเป็นสุนัขนั่งตักของคุณผู้หญิง ไม่กลัวที่จะป้องกันตัวเองและกระโดดเข้าไปในการต่อสู้เล็กน้อย การดูแลสิงโตน้อยตัวนี้ชอบการออกไปเดินนอกบ้าน แต่ก็มีความสุขกับการได้กระโดดโลดเต้นไปรอบ ๆ บ้าน ความร้อนที่มากเกินไปเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นในสภาพอากาศที่อบอุ่นควรให้สุนัขอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก และมีเครื่องปรับอากาศ ในสภาพอากาศหนาวควรปล่อยให้ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน แต่ให้นอนในบ้านตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น อพาร์ทเมนท์ สุขภาพสุนัขพันธุ์นี้มีอายุขัยอยู่ระหว่าง 13-15 ปี ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ้าง ได้แก่ เพดานอ่อนยื่น สะบ้าเคลื่อน ช่องจมูกตีบ ตาแห้ง (keratoconjunctivitis sicca; KCS) ขนตาขึ้นผิดตำแหน่ง แผลบนกระจกตา ขนตางอกแทงตา และผิวหนังบริเวณที่ย่นอักเสบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอยู่บ่อย ๆ ไม่ทนต่อความร้อนหรือการวางยาสลบ และลูกสุนัขพันธุ์นี้มักจะต้องผ่าคลอด ประวัติสายพันธุ์หากจะเรียนรู้เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง สิ่งแรกที่จะต้องรู้คือตำนานเกี่ยวกับสิงโตและลิง จากเรื่องเล่าพื้นบ้านหากสิงโตจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักจะต้องขอร้องเทพผู้คุ้มครองสัตว์ทั้งปวง เชื่อว่า อาชู (Ah Chu) เพื่อให้เทพช่วงเสกให้ร่างกายของสิงโตเหลือเท่าคนแคระ โดยที่ยังคงมีหัวใจและนิสัยของสิงโตอยู่ เป็นที่เล่าขนาต่อกันว่าลูกหลานของการแต่งงานนี้คือสุนัขฟูหลิน (Fu Lin) หรือที่เรียกว่าสุนัขสิงโตแห่งเมืองจีน |
ชื่อผู้จัดทํา : ศรีรัตน์ ผ่องสวัสดื์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา 5/5 โรงเรียนศรียานุสรณ์ |